วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560

ใบงาน


นางสาวธัญชนก ทองไชย ชั้น ม.6/5 เลขที่ 37

ใบงาน

เรื่อง:วิเคราะห์ข่าวที่กระทำความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ปี2560
หัวข้อข่าว:ไลค์-แชร์ อย่างไรหลัง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์บังคับใช้พรุ่งนี้


เนื้อหา:
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 หรือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จะประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ทีมPPTV จึงไปสอบถามนักกฎหมายมาว่าอะไรบ้างที่เราทำได้ ทำไม่ได้ในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะการกดไลค์ กดแชร์ นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ นักกฎหมายผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอิเล็กทรอนิกส์ ในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ปี 2560 ระบุว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ เป็นกฎหมายที่คุ้มครองประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาการส่งข้อมูลที่ผู้รับไม่ต้องการ หรือที่เรียกว่า สแปม โดยผู้ที่ส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ไปให้ใครก็ตามที่เขาไม่ยินยอม จะต้องมีทางเลือกให้ผู้รับสามารถปฏิเสธข้อมูลนั้นได้ ไม่เช่นนั้นจะมีโทษปรับ 2 แสนบาท เป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคในการปฏิเสธการรับข่าวสารที่ไม่ต้องการสำหรับการกดไลค์ไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด ยกเว้นแต่การกดไลค์ที่เกี่ยวกับสถาบัน จึงแนะนำว่าไม่ควรกดไลค์เพราะมีความเสี่ยงค่อนข้างสูงในความผิดมาตรา 112

จากหัวข้อข่าว:จะเห็นได้ว่า พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ได้ออกมาใหม่เป็นฉบับที่2 เป็นกฎหมายที่คุ้มครองประชาชนอย่างแท้จริง และ ทำให้ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ในเรื่องของการ กดไลค์ ถูกใจ นั้นไม่ผิดแต่เราไม่ควรกดไลค์ที่เกี่ยวกับสถาบัน เพราะมีความเสี่ยงค่อนข้างสูงในความผิดมาตรา 112 ดังนั้นเราควรใช้ให้เหมาะและไม่ผิดกฎหมาย

ที่มา : http://news.sanook.com/2237286/ 





วันพฤหัสบดีที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์

ใบงาน
เรื่อง
ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์ 

👉ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์ มี 6 ขั้นตอน มีอะไรบ้าง ? 👈
1. คัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจ 
โดยทั่วไปเรื่องที่จะนำมาพัฒนาเป็นโครงงานคอมพิวเตอร์ มักจะได้มาจากปัญหา คำถาม หรือความสนใจในเรื่องต่างๆ จากการสังเกตสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ หรือสิ่งต่างๆ รอบตัว ปัญหาที่จะนำมาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ได้จากแหล่งต่างๆกัน เช่น
          ➤ ต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อเรื่องที่จะศึกษา
          ➤ สามารถจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้
          ➤ มีแหล่งความรู้เพียงพอที่จะค้นคว้าหรือขอคำปรึกษา
          ➤ มีเวลาเพียงพอ
          ➤ มีงบประมาณเพียงพอ
          ➤ มีความปลอดภัย
2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล 
การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล ซึ่งรวมถึงการขอคำปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิ จะช่วยให้นักเรียนได้แนวคิดที่ใช้ในการกำหนดขอบเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งได้ความรู้เพิ่มเติมในเรื่องที่จะศึกษาจนสามารถใช้ออกแบบและวางแผนดำเนินการทำโครงงานนั้นได้อย่างเหมาะสม เช่น
          ⏩ จะทำ อะไร
          ⏩ ทำไมต้องทำ
          ⏩ต้องการให้เกิดอะไร
          ⏩ ทำอย่างไร
          ⏩ ใช้ทรัพยากรอะไร
          ⏩ ทำกับใคร
          ⏩ เสนอผลอย่างไร
3. องค์ประกอบของเค้าโครงของโครงงาน 
🔻ชื่อโครงงาน = ทำอะไร กับใคร เพื่ออะไร
🔻ประเภทโครงงาน = วิเคราะห์จากลักษณะของประโยชน์หรือผลงานที่ได้
🔻ชื่อผู้จัดทำโครงงาน = ผู้รับผิดชอบโครงงาน อาจเป็นรายบุคคล หรือรายกลุ่มก็ได้
🔻ครูที่ปรึกษาโครงงาน = ครู-อาจารย์ผู้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา และควบคุมการทำโครงงานของนักเรียน
🔻ครูที่ปรึกษาร่วม = ครู-อาจารย์ผู้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาร่วมให้คำแนะนำในการทำโครงงานของนัีกเรียน
🔻ระยะเวลาดำเนินงาน=ระยะเวลาการดำเนินงานโครงงานตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดกำหนดเป็นวัน/เดือน 
🔻แนวคิด ที่มา และความสำคัญ =สภาพปัจจุบันที่เป็นความต้องการและความคาดหวังที่จะเกิดผล
🔻วัตถุประสงค์ = สิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดโครงงานทั้งในเชิงกระบวนการ และผลผลิต
🔻หลักการและทฤษฎี = หลักการและทฤษฎีที่นำมาใช้ในการพัฒนาโครงงาน
🔻วิธีดำเนินงาน = กิจกรรมหรือขั้นตอนการดำเนินงานเครื่องมือวัสดุอุปกรณ์งบประมาณและผู้รับผิดชอบ
🔻ขั้นตอนการปฏิบัติ = วัน เวลา และกิจกรรมดำเนินการต่างๆ ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด
🔻ผลที่คาดว่าจะได้รับ = สภาพของผลที่ต้องการให้เกิด ทั้งที่เป็นผลผลิต กระบวนการ และผลกระทบ
🔻เอกสารอ้างอิง สื่อเอกสาร ข้อมูลที่ได้จากแหล่งต่างๆ ที่นำมาใช้ในการดำเนินงาน
4. การลงมือทำโครงงาน 
เมื่อเค้าโครงของโครงงานได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว ก็เสมือนว่าการจัดทำโครงงานได้ผ่านพ้นไปแล้วมากกว่าครึ่ง ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการลงมือพัฒนาตามขั้นตอนที่วางแผน
         ⬛ การเตรียมการ
         ⬛ การลงมือพัฒนา
         ⬛ การทดสอบผลงานและแก้ไข
         ⬛ การอภิปรายและข้อเสนอแนะ
         ⬛ แนวทางการพัฒนาโครงงานในอนาคตและข้อเสนอแนะ
5. การเขียนรายงาน
การเขียนรายงานเป็นวิธีการสื่อความหมายเพื่อให้ผู้อื่นได้เข้าใจแนวคิด วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า ข้อมูลที่ได้ ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่างๆ เกี่ยวกับโครงงานนั้น ในการเขียนรายงานนักเรียนควรใช้ภาษาที่อ่านง่าย ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรงมา ให้ครอบคลุมหัวข้อต่างๆ
   ◾ ส่วนนำ  1. ชื่อโครงงาน
                     2. ชื่อผู้ทำโครงงาน
                     3. ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา
                     4. คำขอบคุณ เป็นคำกล่าวขอบคุณบุคคลหรือหน่วยงาน ที่มีส่วนช่วยทำให้โครงงานสำเร็จ
                     5. บทคัดย่อ อธิบายถึงที่มา ความสำคัญ วัตถุประสงค์ วิธีดำเนินการ และผลที่ได้โดยย่อ

    ◾ บทนำ   1. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
                     2. เป้าหมายของการศึกษาค้นคว้า
                     3. ขอบเขตของโครงงาน

   ◾ หลักการและทฤษฎี = หลักการและทฤษฎี เป็นส่วนสรุปข้อมูลที่ได้จากการศึกษาหาข้อมูลหรือหลักการ ทฤษฎี หรือวิธีการที่จะนำมาใช้ในการพัฒนาโครงงาน ซึ่งรวมถึงการระบุผลงานของผู้อื่นที่นักเรียนนำมาเปรียบเทียบหรือพัฒนาเพิ่มเติมด้วย

     ◾ วิธีดำเนินการ = วิธีดำเนินการ อธิบายขั้นตอนการดำเนินงานโดยละเอียด พร้อมทั้งระบุปัญหาหรืออุปสรรคที่พบพร้อมทั้งวิธีการที่ใช้แก้ไข พร้อมทั้งระบุวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการทำงาน
     ◾ ผลการศึกษา = ผลการศึกษา นำเสนอข้อมูลหรือระบบที่พัฒนาได้ โดยอาจแสดงเป็นตาราง หรือ กราฟ หรือข้อความ ทั้งนี้ให้คำนึงถึงความเข้าใจของผู้อ่านเป็นหลัก
    ◾ สรุปผลและข้อเสนอแนะ = สรุปผลและข้อเสนอแนะ อธิบายผลสรุปที่ได้จากการทำ งาน ถ้ามีการตั้งสมมติฐานควรระบุด้วยว่าข้อมูลที่ได้สนับสนุนหรือคัดค้านสมมติฐานที่ตั้งไว้หรือยังสรุปไม่ได้ นอกจากนั้นยังควรกล่าวถึงการนำ ผลการทดลองหรือพัฒนาไปใช้ประโยชน์ อุปสรรคของการทำโครงงาน หรือข้อสังเกตที่สำคัญ หรือข้อผิดพลาดบางประการที่เกิดขึ้นจากการทำ โครงงานนี้ รวมทั้งข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงแก้ไขหากจะมีผู้ศึกษาค้นคว้าในเรื่องทำนองนี้ต่อไปในอนาคตด้วย
     ◾ประโยชน์ = ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงงาน ระบุประโยชน์ที่นักเรียนได้รับจากการพัฒนาโครงงานนั้น และประโยชน์ที่ผู้ใช้จะได้รับจากการนำผลงานของโครงงานไปใช้ด้วย
    ◾ บรรณานุกรม = บรรณานุกรม รวบรวมรายชื่อหนังสือ วารสาร เอกสาร หรือเว็บไซด์ต่างๆ ที่ผู้ทำ โครงงานใช้ค้นคว้า หรืออ่านเพื่อศึกษาข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ที่นำมาใช้ประโยชน์ในการทำ โครงงานนี้การเขียนเอกสารบรรณานุกรมต้องให้ถูกต้องตามหลักการเขียนด้วย
     ◾ การจัดทำคู่มือการใช้งาน
                    1. ชื่อผลงาน
                    2. ความต้องการของระบบคอมพิวเตอร์
                        ระบุรายละเอียดของคอมพิวเตอร์ที่ต้องมีเพื่อจะใช้ ผลงานนั้นได้
                    3. ความต้องการของซอฟต์แวร์ ระบุรายชื่อซอฟต์แวร์
                    ที่ต้องมีอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อจะให้ผลงานนั้นทำงานได้อย่างสมบูรณ์
                    4. คุณลักษณะของผลงาน อธิบายว่าผลงานนั้นทำ
                       หน้าที่อะไรบ้าง รับอะไรเป็นข้อมูลขาเข้าและส่วนอะไรออกมาเป็นข้อมูลขาออก
                    5. วิธีการใช้งานของแต่ละฟังก์ชัน อธิบายว่า
                         จะต้องกดคำสั่งใด หรือกดปุ่มใด เพื่อให้ผลงานทำงานในฟังก์ชันหนึ่งๆ  
6. การนำเสนอและแสดงโครงงาน
การนำเสนอและการแสดงผลงานเป็นขั้นตอนที่สำคัญอีกขั้นตอนหนึ่งของการทำโครงงาน เพื่อแสดงออกถึงผลิตผลความคิด ความพยายามในการทำงานที่ผู้ทำโครงงานได้ทุ่มเท และเป็นวิธีทำให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจถึงผลงานนั้น การเสนอผลงานอาจทำได้ในหลายรูปแบบต่างๆ กัน เช่น การแสดงผลงานโดยไม่มีการอธิบายประกอบการรายงานด้วยคำพูดในที่ประชุม การจัดนิทรรศการโดยโปสเตอร์และอธิบายด้วยคำพูด เป็นต้น โดยผลงานที่นำมาเสนอหรือจัดแสดงควรประกอบด้วยสิ่งต่อไปนี้
          🔺 ชื่อโครงงาน
          🔺 ชื่อผู้จัดทำโครงงาน
          🔺ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา
          🔺 คำอธิบายถึงที่มาและความสำคัญของโครงงาน
          🔺 วิธีการดำเนินการที่สำคัญ
          🔺 การสาธิตผลงาน
          🔺 ผลการสังเกตและข้อสรุปสำคัญที่ได้จากการทำโครงงาน

วันพฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ภาษาคอมพิวเตอร์

ใบงาน
เรื่อง ภาษาคอมพิวเตอร์ 

1.ภาษาคอมพิวเตอร์หมายถึงอะไร 🍎
ตอบ เป็นภาษาที่มีจุดมุ่งหมายเฉพาะ มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัวและจำกัด คืออยู่ในกรอบให้ใช้คำและไวยากรณ์ที่กำหนดและมีการตีความหมายที่ชัดเจน จึงจัดภาษาคอมพิวเตอร์เป็นภาษาที่มีรูปแบบเป็นทางการ แต่ความเป็นจริงภาษาโปรแกรมคือส่วนหนึ่งของภาษาคอมพิวเตอร์เท่านั้น และมีภาษาอื่นๆ ที่เป็นภาษาคอมพิวเตอร์เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น HTML 
2.ภาษาคอมพิวเตอร์มีกี่ระดับ อะไรบ้าง 🍎
ตอบ   มี 3 ระดับ 
                  1. ภาษาระดับต่ำ (Low Level Language) เป็นภาษาที่มนุษย์ทำความเข้าใจได้ยาก ส่วนใหญ่ต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ และฮาร์ดแวร์เป็นอย่างดีจึงจะสามารถ
เขียนโปรแกรมสั่งงานได้มีข้อดีในส่วนที่เขียนโปรแกรมควบคุมอาร์ดาแวร์แต่ละส่วนได้โดยตรงจึงทำงานได้อย่างรวดเร็ว 
                  2. ภาษาระดับกลาง (Medium Level Language) เป็นภาษาที่ทำความเข้าใจได้ไม่ยากนัก เพราะมีลักษณะ เป็นภาษาแบบโครงสร้าง ทำความเข้าใจได้เหมือนกับภาษาระดับสูงแต่ทำงานได้รวดเร็ว 
                    3.ภาษาระดับสูง (High Level Language) เป็นภาษาที่ทำความเข้าใจได้ง่าย มีลักษณะของการใช้คำสั่งเป็นภาษาอังกฤษซึ่งใกล้เคียงกับภาษามนุษย์มากการสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานจะต้องมีการแปลความหมายของคำสั่งโดยใช้ตัวแปลภาษาทีละชุดคำสั่งที่เรียกว่า Interpreter หรือแปลครั้งเดียวทั้งโปรแกรมที่เรียกว่า Compiler
3.ยกตัวอย่างภาษาคอมพิวเตอร์มา 8 ภาษา 🍎
ตอบ  

1. BASIC (Beginner's All-purpose Symbolic Instruction Code)
  = ภาษานี้เหมาะสำหรับผู้เริ่มศึกษา การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์
2. COBOL (Common Business Oriented Language)
  = ภาษานี้นิยมใช้ในงานธุรกิจบนเครื่องขนาดใหญ่
3. FORTRAN (FORmula TRANslator)
  = ภาษานี้ใช้สำหรับงานด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์
4. Pascal ( ชื่อของ Blaise Pascal)
  = ภาษานี้จะใช้ในวิทยาลัย และมหาวิทยาลัย
5. C
  = ภาษานี้เหมาะสำหรับนักเขียนโปรแกรม และใช้ในวิทยาลัย มหาวิทยาลัย
6. LOGO
  = ภาษานี้นิยมใช้ในโรงเรียน เพื่อสอนทักษะการแก้ปัญหาให้กับนักเรียน
7. PL/I (Programming Language One)
  = ภาษานี้ถูกออกแบบมาให้ใช้ กับงานทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์ และธุรกิจด้วย
8. PROLOG (PROgramming LOGIC)
  = ภาษานี้ นิยมใช้มากในงานด้านปัญญาประดิษฐ์ จัดเป็นภาษาธรรมชาติภาษาหนึ่งด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ตัวอย่างโครงงานคอมพิวเตอร์

🐡 project computer 🐡

มาจากประเทศ: English ♡♡
วีดีโอนี้เกี่ยวกับ: การใช้หุ่นยนต์เป็นเครื่องจักรในการวาดภาพโดยสั่งการทำงานจากคอมพิวเตอร์ และเป็นการสแกนใบหน้า เพื่อเป็นตนแบบให้เครื่องจักรทำงาน

วันพฤหัสบดีที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ใบงานเรื่องประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์

โครงงานคอมพิวเตอร์ 🐋🐶

หมายถึง กิจกรรมการเรียนที่นักเรียนมีอิสระในการเลือกศึกษาปัญหาที่ตนเองสนใจ โดยจะต้องวางแผนการดำเนินงาน ศึกษา พัฒนาโปรแกรม โดยใช้ความรู้ทางกระบวนการวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนทักษะพื้นฐานในการพัฒนาโครงงาน เรื่องที่นักเรียนสนใจและคิดจะทำโครงงาน ซึ่งอาจมีผู้ศึกษามาก่อน หรือเป็นเรื่องที่นักพัฒนาโปรแกรมได้เคยค้นคว้าและพัฒนาแล้ว นักเรียนสามารถทำโครงงานเรื่องดังกล่าวได้ แต่ต้องคิดดัดแปลงแนวทางในการศึกษา การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาโปรแกรม หรือศึกษาเพิ่มเติมจากผลงานเดิมที่มีผู้รายงานไว้ จุดมุ่งหมายสำคัญของการทำโครงงานเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์แก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้น หรือค้นคว้าหาความรู้ต่างๆ 

ประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์  มี 5 ประเภท 🐷🐻

1. โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media)
2. โครงงานพัฒนาเครื่องมือ (Tools Development)
3. โครงงานประเภทจำลองทฤษฎี (Theory Experiment)
4. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน (Application)
5. โครงงานพัฒนาเกม (Game Development)

แหล่งที่มา :http://www.acr.ac.th/acr/ACR_E-Learning



🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢🐢

ตัวอย่าง โครงงานคอมพิวเตอร์ 

http://www.tup.ac.th/tup/AseanProject.pdf

วันพฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2560

การใช้ IT ในทางที่ดี/ไม่ดี

ใบงานที่ 3
เรื่อง การใช้ IT ในทางที่ดีและไม่ดี 

ข่าว : เด็กชายวัย 13 ไลฟ์สดโชว์-เล่นปืน เกิดลั่นเปรี้ยงใส่ตัวเองดับ



เว็บไซต์เดลี่ เมล์ของอังกฤษรายงานวันที่ 13 เม.ย. ที่ผ่านมาว่า เกิดเหตุสุดสลดชวนช็อกขึ้น เมื่อเด็กชายทราบชื่อ มาลาคี เฮมฟิลล์ (Malachi Hemphill) วัย 13 ปีในเมืองฟอเรสต์ พาร์ค รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โชว์และเล่นปืนขณะไลฟ์สดอยู่บนโลกออนไลน์ แต่กระสุนเกิดลั่นใส่ตัวเอง จนเป็นเหตุทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
ตามรายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยผู้เป็นแม่ของเด็กชายเล่าว่า ขณะนั้นจู่ๆ เธอก็ได้ยินเสียงดัง “ปัง” ในห้องของลูกชาย จึงรีบวิ่งและเปิดประตูเข้าไปดูพร้อมกับลูกสาวอีกคน ก็ถึงกับช็อกเนื่องจากเห็นลูกชายนอนจมกองเลือดอยู่ พร้อมกับโทรศัพท์มือถือที่กำลังไลฟ์สดและมีคนเข้าดูอยู่จำนวนไม่น้อย ซึ่งแต่ละคนต่างกรีดร้องช็อกกับเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างมาก
หลังเกิดเหตุเด็กชายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แต่สุดท้ายเขาก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา นอกจากนี้ แม่ของเด็กชายยังเผยอีกว่า ในขณะที่ลูกชายของเธอไลฟ์สดอยู่นั้น ได้มีเพื่อนชาวเน็ตคนหนึ่งเสนอให้ลูกชายเธอใส่เข็มกลัดลงไปในกระบอกปืน จนสุดท้ายเกิดเป็นเหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าว ซึ่งสร้างความเสียใจให้กับเธอและครอบครัวเป็นอย่างมาก

ความคิดเห็น: จากข่าวนี้จะเห็นได้ว่าทางครอบครัวของเด็กไม่ได้มีการดูแลลูกอย่างใกล้ชิด และไม่ควรสอนให้ลูกจับอาวุธปืนโดยที่ไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแล หรือ ไม่ให้รู้จักเลยจะดีกว่าเพื่อป้องกันเด็ก จากการไลฟ์ของเด็กชายซึ่งไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะทำให้เกิดความหวาดกลัวต่อผู้คนที่เข้ามาชมและเกิดการวิจาร์ณต่างๆและเป็นภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนทำให้เกิดตัวอย่างที่ไม่ดี จากข่าวนี้ไม่เห็นด้วยอย่างมากและเป็นการกระทำที่ไม่ดี 

แหล่งที่มา: http://news.sanook.com/2201338/

















วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ความรู้เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์

ใบงานที่ 2 👌

1.โปรแกรมคอมพิวเตอร์หมายถึงอะไร
ตอบ โปรแกรมคอมพิวเตอร์  เป็นชุดคำสั่ง ที่ปฏิบัติงานเฉพาะเมื่อคอมพิวเตอร์สั่งกระทำการ  คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งต้องการใช้โปรแกรมในการสั่งงาน และกระทำตามชุดคำสั่งในหน่วยประมวลผลกลางโปรแกรมคอมพิวเตอร์มักเขียนโดยนักเขียนโปรแกรมโดยใช้ภาษาโปรแกรม คอมไพเลอร์สามารถแปลงรหัสเครื่อง ที่ประกอบด้วยชุดคำสั่งที่คอมพิวเตอร์สามารถกระทำการได้โดยตรงได้จากรหัสต้นฉบับ แบบมนุษย์อ่านได้ หรืออีกทางหนึ่ง โปรแกรมคอมพิวเตอร์สามารถกระทำการได้ด้วยอินเทอร์พรีเตอร์
2.ประเภทของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ 
ตอบ โปรแกรมจะแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 2 ประเภท คือ
                          1   ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software)
                          2   ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software)

3.ยกตัวอย่างโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มา  3 โปรแกรม พร้อมรายละเอียดโปรแกรม

ตอบ  1.Firefox เว็บบราวเซอร์ผลงานของ Mozilla โดยอดีตผู้สร้างบราวเซอร์ที่โด่งดัง Netscape
             2. VLC  โปรแกรมสำหรับเปิดไฟล์เพลง ไฟล์ภาพยนตร์ต่างๆมากมาย



3.Dropbox โปรแกรมสำหรับฝากไฟล์ไปยังเนื้อที่ออนไลน์บนอินเตอร์เน็ต รองรับทั้ง Notebook , smartphone และ tablet